ครั้งนี้จะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ ในอาชีพหลายอาชีพอาจจะ take for granted แต่สำหรับบางอาชีพมันกลายเป็นเรื่องยาก

The life of an caster: Uber on how casting can affect relationships
Uber is an Overwatch League caster with experience in LoL, CS:GO and CoD Being an esports caster is fun but can come at…www.dailymail.co.uk

บทความนี้ แคสเตอร์อันดับต้นของโลก ก็ทรหดเหมือนกัน ถึงจะเป็น dream job แต่ก็ตามมาด้วยปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ แฟนเก่าเขาไม่ชอบที่ตื่นเช้าแล้วเห็นเขาต้องมานั่งอ่านเว็บเพื่อตามข่าวทุกๆเกมให้รู้เรื่อง ต่อมาเขาก็พยายามมีแฟนอีกและคราวนี้พยายามหาคนนอกวงการแต่ก็ไม่ได้ผล เพราะเอาจริงๆเขาพบว่าตัวเองก็อยากคุยเรื่องงานอยู่ การจะคบกับคนที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมีความหมายยังไงก็ยากอีก เพื่อนแคสเตอร์หลายๆคนก็มีปัญหาที่ว่าต้องเดินทางตลอดยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ยิ่งยาก

อ่านบทความนี้ก็ย้อนมา relate กับตัวเองเมื่อ 1.5 ปีก่อนเหมือนกัน ตอนนั้นอยู่ครึ่งหลังของ ป.โท ที่ญี่ปุ่น เป็นวันที่ต้องตัดสินใจว่าจะหาบ้านแล้วทำงานต่อที่ญี่ปุ่นเลย หรือกลับมาเข้างานไทย หรือจะลองทำเกมดี ซึ่งสุดท้ายเลือกว่าจะเอาเงินเก็บมาทำเกมดู หนึ่งใน compromise ที่ทำให้ตัดสินใจวันนั้นยากมาก ก็เรื่องความสัมพันธ์ ถ้ามาทางนี้แน่นอนว่าจะไม่ได้เจอใคร มีโอกาสแค่ คนตามฟุตบาทระหว่างเดินไปกลับตอนกินข้าวกับไปกลับร้านกาแฟ และคนในร้านกาแฟ ซึ่งร้านกาแฟมันก็ไม่ได้ sociable ขนาดนั้น (สุดท้าย 1 ปีที่ผ่านมานี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ อีกใจนึงก็ดีใจที่ตัวเองยังไม่ออกนอกลู่ที่คิดไว้มานานขนาดนี้ได้) ถ้าเชื่อว่าวันนึงจะวิ่งชนสาวคาบขนมปังระหว่างทางก็อาจจะพอหวัง แต่นอกจากนั้นก็ค่อนข้างต้องทำใจว่าตราบใดที่ยังเป็นแบบนี้ก็คงไม่เจอใคร

ผมเคยไปตีแบดกับเพื่อนๆมหาลัยที่ตอนนี้ทำงานประจำอยู่ธนาคาร หลังตีเสร็จแล้วผมได้ยินเขาคุยกัน “ตามปกติ” เรื่องกินข้าวไหนดี พรุ่งนี้งานอะไรบ้าง เสาร์อาทิตย์นี้ไปไหนกันมั้ย ฯลฯ แล้วจำได้ว่าแทบน้ำตาไหล เหมือนว่านี่แหละคือสิ่งที่ผมทิ้งไปเพื่อให้ได้ทำอะไรที่อยากทำแบบตอนนี้ แล้วก็แปลว่าสิ่งเหล่านั้นก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการเหมือนกันดังนั้นชีวิตมันจะเป็นแบบตอนนี้ตลอดไปไม่ได้ ซักวันผมต้องออกจากชีวิตแบบนี้ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ที่เกมยังไม่เสร็จ คงต้องทนไปก่อน

และด้วยความไม่มีเงินเดือนนอกจากขอเงินจากแม่เดือนละ 5000 แน่นอนว่าดูแลใครอื่นไม่ได้ ถึงจะกล้าหาความสัมพันธ์แค่ไหนก็รู้สึกว่าเราอาจจะรับผิดชอบไม่ได้ แค่ชวนมาลำบากไปด้วยกันมันอาจจะไม่สนุกสำหรับคนอื่นก็ได้ (ใจจริงๆก็อยากได้แบบนั้นมากกว่าทำเกมจนรวยได้แล้วค่อยไปหาคนอื่น ผมคิดว่ามันคงน่าสนุกกว่าถ้าได้เริ่มจาก nothing to something ไปด้วยกัน แต่ชอบกลัวว่าอาจจะเป็นผมฝั่งเดียวที่คิดแบบนั้นก็เลยไม่กล้า)

สำหรับผมจริงๆก็เตรียมจุด exit ไว้เหมือนกัน มี 3 ทาง

  • ถ้าทำเกมจนยืนได้อาจจะทำให้ได้เจอคนมากขึ้นเวลาดังขึ้นหรือได้ไปงานต่างๆ
  • หรือถ้ายืนไม่ได้แต่เกมเสร็จคิดว่าอาจจะไปเข้างานปกติพร้อมดูแลเกมเพื่อให้มีสังคมด้วย
  • หรือไม่ก็ถ้าอายุเกิน 30 ก็ว่าจะไป full time งานปกติโดยเอาเกมออกไปเลย

เพราะนอกจากทำเกมให้ได้แล้วจริงๆชีวิตก็มีสิ่งที่อยากทำอย่างอื่นอยู่เยอะครับ ผมคิดว่าคนเราเกิดมาเพื่อ “ทำ” มีอะไรอยากทำบ้างก็จะพยายามวางแผนลองไปเรื่อยๆครับ

ภาพไม่เกี่ยว แต่ตื่นมาดู Overwatch League ตอนตี 4 เลยได้โอกาสเริ่มทำเกมแต่เช้าเลย เดี๋ยวไปซื้อหมูปิ้งก่อน รางวัลของคนตื่นเช้า..