Review! ทำเกม full-time ตัวคนเดียวมา 2 สัปดาห์แล้ว เป็นไงบ้างจะมาเล่าให้ฟัง

1. อย่างแรกคือ เวลาเดินออกไปกินข้าวแล้วเห็นรถติด มันฟินมากเวลาคิดในใจ “ฮะฮ่า! กูเจอมาแล้ว!”

ถ้าลองนึกดีๆตอนสมัยทำงาน ขาไปประมาณครึ่งชม. ขากลับประมาณ 1.5–2 ชม. ลองเอามาคูณ 5 แล้วเหมือนได้ man hour เพิ่มมาเท่ากับวันนึงเลย นอกจากเวลาแล้วอย่าลืมเรื่องความเหนื่อยด้วย.. (จำได้ว่าขากลับนี้ยอมเดินกลับจากเซ็นลาดมาเมเจอร์ทุกวันเวลาเห็นรถ ขึ้นรถอาจจะไวกว่านิดหน่อยแต่ไม่อยากเป็นปลากระป๋องในนั้น)

2. พอถึงตอนหลัง 1 ทุ่มของแต่ละวัน มันรู้สึก เอ๊ะ นี่กูเล่นเกมได้แล้วนี่! ตอนสมัยทำงานประจำ หรือสมัยเรียนโท เหมือนกลับมา ก็ต้อง ฮึบ ทำเกมๆ.. แล้วก็นอน หรือเอาเวลานอนมาเล่นเกมหน่อยค่อยนอน อันนี้พอเวลากลางวันเป็นเกมไปแล้วมันรู้สึกว่าจบวันได้แบบเต็มที่ที่ไม่ได้เจอมานาน

3. เรื่องสังคม ก็ยังไม่มีเหมือนเดิมเพราะคนที่ได้เจอก็แค่ป้าร้านอาหาร อันนี้ก็ยังเป็นอย่างนึงที่อิฉฉาอาชีพพนักงานบริษัทอยู่ จะได้คุยนั่นโน่นนี่กับเพื่อน (มี passive income เมื่อไหร่ก็สนใจจะไปลองทำงานบริษัทเหมือนกัน บางทีมันก็เหงาๆครับ)

4. เสาร์อาทิตย์คือเสาร์อาทิตย์จริงๆ คือตื่นมาเล่นเกม บ่ายก็เล่นเกม กลางคืนก็เล่นเกม เหมือนดั่งได้กลับไปสมัยมัธยมเลย.. (สมัยมัธยมยังต้องเรียนพิเศษด้วยน่ะ) ก็เลยได้คิดว่าไม่ได้มีเสาร์อาทิตย์เต็มๆมานานแค่ไหนแล้ว เพราะที่ผ่านมาเสาร์อาทิตย์มันเป็นโอกาสทำเกมมาตลอดไม่งั้นเกมมันไม่ไปไหน คราวนี้ความรู้สึกผิดมันไม่ค่อยมีเพราะทำมาเยอะแล้ว (แต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ยังทนไม่ได้ที่จะทำเกมหน่อยกลัวไม่ทันเดดไลน์)

5. ย้ายที่ทำงานได้ ตอนนี้ทดลองไปสองที่แล้วคือสวนในคอนโดกับ Starbucks พบว่าดีเหมือนกัน ระยะยาวคงเบื่อน้อยกว่าไปทำงานบริษัทเยอะ Starbucks นี่ถือว่าดีมาก จากที่เคยเห็นว่าเป็นร้านกาแฟ overpriced ร้านนึง พอไปนั่งแช่ มีปลั๊กทุกโต๊ะ แถมสภาพ ambient ของห้องที่โล่งต่างไปจากห้องตัวเอง (คือมัน “ได้ยินเสียงโล่ง”) รู้สึกว่าเป็น 200 กว่าบาทที่คุ้มค่า บวกกับไม่เสียมารยาทเท่าไปนั่ง mc อะไรงี้เพราะเหมือนเขาก็ออกแบบมาให้แช่นานๆได้เป็นปกติ แถมมีเน็ตฟรีด้วยแต่ใช้ได้เครื่องเดียว เสียอย่างเดียวไม่มีห้องน้ำ มาคนเดียวแลกกันจองกับเพื่อนไม่ได้ต้องอั้นฉี่เก่งๆหน่อย

6. เปิดปิดแอร์ในห้องตัวเองได้ตามอารมณ์ หรือไปทำงานข้างนอกในวันที่อยากได้ลม คือการอยู่ในห้องที่มีแอร์นี่บางทีมันทำให้รู้สึกเฉื่อยๆ ตอนสมัยทำงานประจำ บางวันอย่างง่วง แทบไม่ได้งานเลย แต่จะบอกให้พี่ๆเขาปิดแอร์เปิดหน้าต่างก็กลัวจะยุ่งยากมีคนไม่เห็นด้วยเยอะ สมัยไปเรียน ป.โท ก็เหมือนกันคือในแลปมันเงียบนิ่งสบายเกินไป ที่ ม. นั้นเคยแก้โดยการลงมาทำงานข้างล่างนอกแลปแล้วรู้สึกว่าเรียกความมีชีวิตชีวาคืนมาได้พอควร (มีลมกระแทกหน้าบ้าง เสียงใบไม้บ้าง) ก็เลยเอามาปรับใช้ในตอนนี้ได้ สำคัญพอสมควรครับ trick นี้

7. มีความรู้สึกว่า “ถ้าเฉื่อยแฉะแล้วทุกอย่างหายหมด” คือสมัยทำงาน ความเป็นอยู่มันเป็นระบบเงินเดือน ถ้าอู้งานหน่อย เล่นเฟซหน่อย ก็ไม่เป็นไรเพราะยังไงเงินเดือนเดี๋ยวก็มา (time-based) พอมาเป็นตอนนี้ เวลาเราหยุดปุ้บ คือชีวิตแมร่งไม่เหลืออะไรแล้ว (กลายเป็นขยะสังคม) ก็เลยทำให้รู้สึกว่าต้องทำต่อ

8. อาจจะอ้วนง่ายเพราะไม่ได้เดินทางไกลๆเหมือนแต่ก่อน โชคดีเมเจอร์รัชโยข้างๆมีตู้เกม pump it up ไว้เต้นแก้ขัด

เวลาผ่านไปมากกว่านี้อาจจะความคิดเปลี่ยนไป ไว้มาเล่าเพิ่มทีหลัง